เมื่อพูดถึงมนุษย์ ก็คงหลีกไม่พ้น “ความอยาก” ต่างๆ ตั้งแต่เราเกิดมาก็มาพร้อมกับความต้องการทั้งหลาย ตั้งแต่ความอยากพื้นฐานเช่น หิว กระหาย ขับถ่าย ฯลฯ และเมื่อโตขึ้นก็เริ่มมีความซับซ้อนของ “ความอยาก” นั้นๆมากขึ้น



ในหลายศาสนามองว่าความอยากเป็นโทษ เป็นสิ่งไม่ดี เป็นกิเลส เป็นบาป ทำไมกัน? ทั้งๆที่ความอยากนั้นเป็นพื้นฐาน และเป็นหนึ่งในสิ่งที่บริสุทธิ์ที่สุดเท่าที่มนุษย์จะสร้างขึ้นมาได้ ความอยากของมนุษย์แบ่งง่ายๆได้เป็น



- อยากให้มี

- อยากให้เป็น



และเช่นกัน “ความไม่อยาก” ก็ถือเป็นความต้องการอย่างหนึ่ง ทั้ง



- ไม่อยากให้มี

- ไม่อยากให้เป็น



เท่านี้เองที่มนุษย์ทั้งหลายมี ความอยากทั้งหมดในโลกสามารถจัดให้อยู่ในสี่ข้อนี้ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะอยากมี อยากเป็น ไม่อยากมี ไม่อยากเป็น แล้วทำไมมันถึงเป็นบาป?



จะกล่าวว่าความอยากทั้งหลายนั้นนำมาซึ่งบาปหรือ? นำมาซึ่งความอยาก และความไม่รู้จักพอหรือ?



บาปทั้งหมดที่เกิดขึ้นทำไมต้องโทษความอยากด้วยเล่า เพราะความอยากต่างหากเป็นความรู้สึกที่ธรรมชาติที่สุด และประเสิรฐที่สุด เพราะมีความอยาก ความต้องการ มนุษย์จึงได้พัฒนามาโดยตลอด



และเมื่อพูดถึง “ความอยาก” ก็มักจะถูกมองว่าเป็นสิ่งร้าย เป็นมาร เป็นบาป เป็นเหตุอันนำมาซึ่งทุกข์ แล้วความอยากในบุญ อยากใฝ่ในความดีเล่า ก็ไม่ใช่ความอยากหรอกหรือ?



ศาสนาเองก็อาศัยความอยากเป็นเครื่องมีเพื่อให้มนุษย์ทำดีไม่ใช่หรือ? อะไรคือบุญ? อะไรคือสวรรค์? อะไรคือภพหน้า? อะไรคืออาณาจักรสวรรค์? ก็คือการชี้เพื่อให้มนุษย์อยากนั่นเองเล่า



จะต่างอะไรกับการที่นำของรางวัลตั้งไว้ตรงหน้า เพื่อล่อหลอกให้คนกระทำการหนึ่งๆ เพื่อรางวัลนั้นๆ ศาสนาก็เช่นกัน เพียงแต่กิจกรรมที่เป็นกุญแจเพื่อรางวัลนั้น คือความดีและความถูกต้อง มันต่างจากความอยากทั่วไปตรงไหนหรือ?



ส่วนมากมักตราหน้า “ความอยากได้ใคร่มี” ให้เป็นสิ่งสกปรก โสมม นำมาซึ่งความเสื่อม มนุษย์นี่ต่างหากเล่าที่นำความเสื่อมโสโครกมาสู่ความอยาก



เพราะความอยากเป็นสิ่งสะอาด เป็นสิ่งที่เกิดแต่จิตใจโดยพิสุทธิ์ วิธีการตอบสนองความอยากของมนุษย์ต่างหากที่เป็นสิ่งอันนำมาซึ่งความโสมม เพราะมนุษย์ บ้างก็สนองความอยากนั้นโดยตรง บ้างก็พินิจไตร่ตรอง (ทั้งวิธีที่สนองได้โดยชอบธรรม หรือโดยไม่ชอบธรรมก็ตามที) ฉะนั้นเราควรค่าอย่างไรที่จะไปปรามาสความอยากได้ใคร่มีนั้น?



เราอยากมีสังคมอุดมคติ

เราอยากให้มีความสุชสงบบังเกิดในสังคม

เราอยากให้เกิดความสุขสบายในมวลมนุษยชาติ

เราอยากให้ประชาชาติผู้ยากไร้ได้อิ่มท้อง

เราอยากให้โรคภัยหมดไปในโลกนี้



นี่ก็เป็นความอยากไม่ใช่หรือ?



เราต้องการบุญ

เราอยากขึ้นสวรรค์

เราอยากมีภพชาติหน้าที่ดีกว่านี้

เราต้องการเข้าถึงอาณาจักรสวรรค์



นี่ก็ไม่เรียกว่าความอยากหรือ?



วิทยาการทั้งหลายของมนุษย์

หลักธรรมต่างๆ

ปรัชญาทั้งหลาย

ศิลปะแขนงต่างๆ



นั้นก็ไม่ได้เกิดมาโดยความอยากของมนุษย์งั้นหรือ?



แล้วท่านทั้งหลายจะตราหน้าความอยากได้ใคร่มี ว่าเป็นสิ่งร้าย เป็นพิษแห่งโลก เป็นสิ่งโสโครกอันไม่พึงประสงค์ได้อย่างไร? ท่านควรจะตราหน้าวิธีการสนองตัญหาของพวกท่านต่างหากที่นำมาซึ่งความวุ่นวายในโลก เรากำลังพยายามบ่งหนามผิดที่ รักษาไม่ตรงจุดกันหรือไม่?



หากจะกล่าวว่า เพราะมีความอยากต่างหาก มนุษย์จึงต้องสนองความอยากนั้น ฉะนั้นต้นเหตุแห่งปัญหาทั้งปวงคือกิเลสตัญหา

ฉะนั้นเราก็ควรจะเข้าไปที่ต้นเหตุแห่งปัญหานั้นสิ เพราะความจริง ความอยากนั้นเกิดแต่มนุษย์



ท่านกล่าวว่าเราควรขจัดความอยากนั้นให้หมดไป เพราะเป็นต้นเหตุแห่งทุกข์



ข้าพเจ้าเห็นว่าหากจะทำตามที่ท่านว่า การจะเข้าถึงต้นเหตุนั้นจริง ควรจะขจัดมนุษย์ให้หมดไป เพราะนั่นเป็นต้นเหตุแห่งทุกข์เสียมากกว่า...

edit @ 3 May 2008 17:29:52 by Lagnadan

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อยากให้ hot post อะครับ open-mounthed smile


Hot!

#1 By Zairen_Bibliophobia on 2008-05-03 17:34

ดิชั้นเชื่อมาตลอดว่าความอยากทำให้เกิดทุกข์ค่ะ ถ้าเราอยาก แล้วไม่ได้ *-*
แต่ก็มะได้โทษว่าความอยากเป็นสิ่งที่ผิด

และก็ไม่เชื่อด้วยความอยากคือสิ่งเลวร้าย

เพราะถ้าไม่มีความอยาก โลกนี้ก็คงอยู่ไม่ได้หรอก
Hot!

#2 By ~Resha-Valentine~ on 2008-05-03 23:43

Hot! Hot! Hot!

เป็นบทความ
ที่เสนอให้เรารู้จักมองโลกในอีกแง่หนึ่ง

ต้องคิดนอกกรอบครับ

#3 By D û D e ` z on 2008-05-04 16:00

ไปรายงานตัวพร้อมกัน

#4 By D û D e ` z on 2008-05-04 18:42

อยาก....

อยากกินข้าวsad smile
อยากให้ Hot! confused smile

#5 By robocon on 2008-05-05 10:12

ชอบมากๆเลยครับ Hot! Hot! Hot!

เห็นด้วยที่ว่าความอยากไม่ใช่ต้นเหตุ

ผมคิดว่าหนทางในการทำให้บรรลุความอยากด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้องต่างหากที่ควรจะเรียกว่าสิ่งที่เป็นต้นเหตุ

#6 By SkyKiD on 2008-05-05 10:16

ถ้าไม่มีความอยากมันก็เหมือนไม่มีจุดหมายของชีวิต งั้นจะมีชีวิตไปทำไม

พูดว่าขจัดความอยากทั้งหมดคงไม่ถูกซะทีเดียว... น่าจะเป็นขจัดความต้องการในสิ่งที่ไม่ควรมากกว่า

#7 By หมูทอดซามะ on 2008-05-05 10:39

อยากให้ค่ะ หึหึ

Hot! Hot! Hot!

เป็นบทความที่ชี้ชัดได้ดีมากค่ะ

#8 By Risuki-666 on 2008-05-05 11:40

เห็นด้วยค่ะ มนุษย์ทุกคนล้วนแต่มีความอยาก และไม่อยากในสิ่งใดๆทั้งนั้น

การที่จะกล่าวว่าต้นเหตุเป็นเพราะความอยากของมนุษย์นั้น เป็นเรื่องที่เหมารวมเอาดื้อๆ เพราะมนุษย์ไม่ยอมรับความจริงเองต่างหาก

พระพุทธเจ้า พระเยซู หรือนบีมูฮัมมัด ล้วนแล้วแต่เป็นมนุษย์ด้วยกันทั้งนั้น...

ความอยากที่เกิดขึ้นในตัวมนุษย์ มันขึ้นอยู่กับวิธีการตอบสนองต่อความอยากนั้น ว่าเราจะได้มันมาด้วยวิธีไหน

ชอบเอนทรี่นี้ค่ะ Hot! Hot! Hot!

#9 By nero on 2008-05-05 12:13

มนุษย์ผิดตั้งแต่เกิดมาแล้วHot!

#10 By rokjitjung on 2008-05-05 13:14

"หลายศาสนา" ที่ว่านี้ีคือศาสนาอะไร?
ไม่มีศาสนาใดสอนว่าความอยากเป็นบาป
แต่ความอยากบางอย่างนำไปสู่บาปได้ เช่น อยากได้ของที่เจ้าของไม่ให้ อยากได้ในสิ่งที่ต้องออกแรงหามาแต่ไม่อยากออกแรงหา เป็นต้น

ในศาสนาพุทธ ความอยากเป็นกิเลสอย่างหนึ่ง กิเลส คือสิ่งที่ทำให้ใจเศร้าหมอง ถ้าไม่ทำให้ใจเศร้าหมองก็ไม่นับว่าเป็นกิเลส และไม่จำเป็นต้องหาทางระงับหรือกำจัดมันไป

ความอยากที่คุณยกมาหลายๆ ข้อเป็นสัญชาตญาณพื้นฐานของสัตว์โลก ไม่นับว่าบาป ไม่นับว่าเป็นกิเลส แต่ถ้าไม่รู้จักควบคุมให้ถูกที่ถูกเวลา ก็อาจนำไปสู่การกระทำผิด ที่เรียกว่าบาป

ความปรารถนาในสิ่งที่ดี เรียกว่ากุศลจิต ย่อมไม่ทำให้เกิดความเศร้าหมอง ไม่ทำให้เดือดร้อนทุรนทุราย ไม่ผลักดันให้เขย้อแขย่งเกินกำลัง จึงไม่ใช่กิเลส ไม่นำไปสู่บาป

หากจะวิพากษ์วิจารณ์คำสอนทางศาสนา อันดับแรก ต้องเ้ข้าใจก่อนว่า "ศาสนาสอนอะไร" ไม่ว่าจะเป็นศาสนาใดก็ตาม ไม่ใ่ช่คิดเอาเองแล้วบอกว่า ศาสนาสอนผิด

#11 By RAE (203.156.23.182) on 2008-05-05 13:15

เข้าใจผิดแล้วมังครับ เรื่องที่อยากแล้วเป็นบาป...

"ความอยากในบางสิ่งนำมาซึ่งทำให้ทำบาปต่างหาก" น่าจะถูกต้องมาากกว่า
เหมือนถามกินเหล้าบาปมั้ย ผมมองว่า ปาบ ถ้ากินแล้วไปไล่ฟันคนอื่น
ถ้าดื่มแบบมีสติ ก็ไม่บาป

ทุกอย่างมันอยุ่ที่เจคนาทั้งสิ้นครับ..! !

แต่เห็นด้วยว่าความอยาก ทะเยอทะยานนี่แหละที่เป็นตัวผลักดันให้เกิดสิ่งใหม่ๆบนโลก
แต่คนที่มีทั้งความอยาก โลภ โง่ นั่นแหละที่ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ
ไม่มีความเห็นใดๆ แต่สมควรให้ Hot!
อยากให้ทุกคนได้อ่านค่ะ
ที่จริงเรื่องเเบบนี้มันก็เเล้วเเต่คนศรัทธา ความเขื่อมในเเต่ล่ะคนนะครับ..open-mounthed smile

#14 By SHIKAK on 2008-05-05 15:09

ความอยากไม่ใช่ประเด็นสำคัญ

แต่ที่สำคัญคือการกระทำอันต่อเนื่องมาจากความอยากต่างหาก

การกระทำอันมาจากความอยาก(ซึ่งโดยมากแล้วด้วยความตั้งใจ)นั้นมันส่งผลกระทบต่อผู้อื่นเป็นแน่แท้ แค่เพียงว่าจะมาก-น้อยแค่ไหน ซึ่งขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของผู้กระทำและความสามารถในการควบคุมตนเองว่าจะเลือกกระทำให้มันเป็นไปในทางที่เจริญในด้านดีหรือด้านร้าย

ความอยากเป็นเช่นแรงผลักดัน แต่ทุกสิ่งย่อมมีสองด้าน ถึงตอนนั้นคงอยู่ที่เราจะเลือกกระทำให้มันเป็นไปในด้านใด

#15 By Beautiful Lie on 2008-05-05 15:10

ความอยากและไม่อยากในทางบวกคงจะเป็นสิ่งที่ดีกระมังคะ พระพุทธฌจ้าเอง ยังอยากให้คนเป็นคนดีเลย

#16 By KUN as [Harao+Rui+Komui] on 2008-05-05 21:04

แค่ได้อ่าน เราก็รู้สึกดีแล้วล่ะ ไปละ ไปปิกนิกต่อ big smile

#17 By 2spot studio on 2008-05-05 21:19

ความบาปดูเหมือนจะเป็นคำที่ใช้เรียกการกระทำที่ทำให้คนอื่นและตัวเองเดือดร้อนนะครับ... และหลายคนก็คงมองไม่เห็นในประเด็นนี้เช่นกัน

#18 By on 2008-05-05 22:19

ความอยากที่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ย่อมไม่ผิด

หากแต่ความอยากที่ทำให้คนเดือดร้อน บางอย่างก็ไม่ผิด เพราะความอยากของมนุษย์นั้นต่างกันมากมาย

ทางที่ดีที่สุดคือ จำกัดความเดือดร้อนให้น้อยที่สุด และ มความสุขที่สุด นั่นแหละคือความอยากที่ดี

(ผิดถูกไม่รู้ เพราะเกิดจากความคิดผมคนเดียว)

#19 By คนธรรมดา on 2008-05-06 13:17

กับข้อสรุปต้นตอต้นเหตุที่คุณ Lagnadan ว่ามา ผมว่ามันก็น่าสนใจดี ถ้าจะขจัดมนุษย์ออกไป โลกก็คงไร้ทุกข์ มันก็คงจะเป็นอย่างนั้น

แต่ว่าความไร้ทุกข์อย่างนั้น มันเป็นหทางที่ถูกต้องจริงหรือ

มันถูกต้องครับ ถ้าเราไร้ชีวิต เราก็ไร้ทุกข์ เพราะไม่มีอะไรมาทำให้เราเป็นทุกข์ได้อีกแล้ว แต่มันถูกต้องอย่างนั้นหรือ?

พูดถึงเพียงพุทธศาสนานะครับ พุทธศาสนาบอกไว้ว่าความอยากที่ไม่ทำให้เกิดทุกข์มีเพียงประการเดียว นั่นคือ ความอยากที่ไม่เป็นไปตามความเป็นจริงของโลกและชีวิต ถ้าจะกล่าวโดยแยกย่อยก็อาจจะเป็นเหมือนกับความอยากทั้ง 4 ที่คุณ Lagnadan พูดถึง นั่นคือ "อยากได้แต่ไม่ได้เป็นทุกข์" "ได้รับในสิ่งที่ไม่ต้องการเป็นทุกข์" และ "พลัดพรากจากสิ่่งที่ต้องการก็เป็นทุกข์"

อย่างไรก็ตาม พุทธศาสนาไม่ได้บอกว่ากรรมใดๆในโลกเป็นกรรมชั่วทั้งหมด เช่นกัน ความอยาก ความต้องการ ความปรารถนาที่ไม่เป็นกรรมชั่วก็มีเหมือนกัน

ถ้าคุณ Lagnadan ศึกษาให้ลึุกขึ้นคงจะได้เข้าใจถึงคำว่า "ฉันทะ", "กรุณา", "มุทิตา" หรือความต้องการอื่นๆ ที่เป็นกรรมดีซึ่งต่างจาก "กิเลศ" โดยสิ้นเชิง

ทั้งนี้ทั้งนั้น เหมือนกับในมวลหมู่ความอยากก็มีความอยากที่เป็นไปในทางที่สร้างสรรค์ มนุษย์ก็เช่นกัน มนุษย์ไม่ได้ทำลายโลกอย่างเดียว แต่มุนษย์ก็สร้างสรรค์โลกได้เช่นกันครับ

#20 By Yymnoy on 2008-05-06 14:19

* แก้คำผิดครับ *

"พูดถึงเพียงพุทธศาสนานะครับ พุทธศาสนาบอกไว้ว่าความอยากที่ทำให้เกิดทุกข์มีเพียงประการเดียว"

#21 By Yymnoy on 2008-05-06 14:22