หลังจากที่ได้ไปเยี่ยม พงศาวดารสงครามมีมส์ ของนาย "ดนย์" บ่อยๆ จนเกิดอยากเขียนเนื้อเชิงวิทยาศาสตร์บ้าง ก็เลยปิ๊งเรื่องนี้ขึ้นมาหลังจากได้อ่าน The No-Nonsense Guide To World History
 
          ชายร่างสูงตระหง่าน ผมเผ้ารุงรัง ในมือถือไม้ท่อนหนาตะปุ่มตะป่ำย่างสามขุมเข้ามาอย่างกระหาย กลิ่นสาปสาง และคาวเลือดจากการล่าสัตว์โชยมาจากร่างอันนุ่งห่มด้วยหนังวัวเพิ่มความน่าสะพรึงกลัวให้หนักเข้า ร่างของหญิงสาวก่อนยุคประวัติศาสตร์ทรุดลงกับพื้นก่อนจะคลานอย่างไม่คิดชีวิตเพื่อหนีเงื้อมมือแห่งมารร้ายเปี่ยมตัญหา
 
          ไม้ท่อนหนาในมือเหวี่ยงหวดเข้าที่ศีรษะของหญิงสาวผู้ไม่มีทางขัดขืน ก่อนมือหยาบหนาจะขยุ้มคว้าเส้นผมเธอแล้วลากเข้าถ้ำเพื่อปรนเปรอความต้องการของบุรุษเพศ...
 
 
           ขึ้นเรื่องมาก็ชวนสยองแล้ว ภาพที่บรรยายไปนี่หลายคนอาจจะคุ้นตา และเห็นว่านี่คือ “ธรรมชาติแห่งความอนารยะ” ของมนุษย์ยุคหิน ที่ผู้ชายเป็นนักล่าบ้าเลือด ดุร้าย เที่ยวออกล่าสัตว์เพื่อยังชีพ โดยมีผู้หญิงทำหน้าที่เพียงสืบพันธุ์ เลี้ยงลูก และปรนเปรอความต้องการทางเพศ
 
         แต่ในความเป็นจริง ความเชื่อนี้ถูกสร้างขึ้นจากมายาคติของผู้เชี่ยวชาญ มากกว่าจะมาจากข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ 
 
เรามาดูกันว่ามายาคติของแต่ละท่าน บอกอะไรไว้บ้าง
 
          นักสัตววิทยาชื่อดัง เดสมอนด์ มอร์ริส อ้างว่า การจัดสรีระของผู้หญิง (ที่มีอก เอว และสะโพก) แบบในปัจจุบันนั้น มาจากการพัฒนาในมนุษย์ยุคแรก เขาเชื่อว่าเมื่อแรกที่โฮมินิด (บรรพบุรุษมนุษย์) เริ่มเดินสองขา เจ้าพวกโฮมินิดชายทั้งหลายก็เกิดความอยากที่จะมีเพศสัมพันธ์กันทางด้านหน้า โฮมินิดหญิงทั้งหลายจึงสำเหนียกตนเองได้ว่า แค่บั้นท้ายใหญ่อย่างเดียวคงจะดึงดูดฝาละมีที่รักไม่ได้เป็นแน่ จึงพัฒนา “หน้าอก” ให้บิ๊กเบิ้มเป็นพิเศษ (กว่าสัตว์ตระกูลไพรเมตอื่นๆ)
 
ดู๊ดู!!! เอาอะไรคิดเนี่ย! นี่มันกดขี่ทางเพศกันชัดๆ
 
          เหตุผลที่น่าจะฟังขึ้นมากกว่าก็คือ การที่มีบั้นท้ายใหญ่นั้น สามารถตอบสนองการตั้งครรภ์ และคลอดลูกที่มีขนาดศีรษะใหญ่ได้ ซึ่งก็หมายความว่า สมองก็จะมีขนาดใหญ่ตามไปด้วย ส่วนหน้าอกก็คือพัฒนาการของการให้น้ำนม เพราะทารกมนุษย์ใช้เวลาพัฒนาการในการช่วยเหลือตัวเองยาวนานกว่าสัตว์ประเภทอื่น ฉะนั้นการตระเตรียมแหล่งอาหารใกล้ตัว (นมแม่) ยิ่งมากก็ยิ่งจำเป็น
 
          จากการศึกษาอย่างจริงๆจังๆ โดยตัดมายาคติผิดๆ ออกไป ทำให้เราพบว่า ในความเป็นจริงการออกไปล่าสัตว์ของเพศชายนั้น ไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงดูครอบครัวของตนเอง พวกเขาออกล่าสัตว์โดยเฉลี่ยเพียงหนึ่งสัปดาห์ต่อเดือนเท่านั้น
 
แล้วเวลาที่เหลือล่ะ จะหาอะไรกินกัน?
 
          แน่นอนว่าการถนอมอาหารในยุคนี้ยังไม่ถูกค้นพบ เนื้อสัตว์ที่ฝ่ายชายลากกลับมาก็ไม่ต่างจากวันเงินเดือนออกในปัจจุบัน ที่มันจะอันตรธานหายไปอย่างรวดเร็ว
 
          ฉะนั้นอาหารที่จะมาคอยเติมเต็มให้ท้องอิ่มก็ไม่พ้น ผลหมากรากไม้ ผักหญ้าของป่าที่สาวๆ ออกไปขุดไปเด็ดหากันมาน่ะสิ
 
          อ๊ะๆ! อย่าคิดนะว่าการขุดเผือกขุดมันของสาวๆ เหล่านี้จะเป็นเรื่องง่ายๆ หากสุ่มสี่สุ่มห้าเก็บอะไรมากินข้างทาง อาจน้ำลายฟูมปาก ตายยกครอบครัวกันไปได้ ฉะนั้นการเก็บผลไม้ รากไม้ ผักหญ้าของเหล่าสาวๆจึงต้องอาศัยทักษะและความชำนาญไม่น้อย รวมไปถึงการใช้อุปกรณ์ต่างๆช่วยในการขุดก็เป็นอีกบทบาทที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าการคิดค้นอาวุธศักยภาพดีๆ เพื่อล่าสัตว์
 
          และยิ่งเน้นความสำคัญของผู้หญิงยิ่งขึ้นไปอีกก็จากหลักฐานที่ศึกษาพบว่าอาหารหลักของมนุษย์ยุคหินไม่ใช่เนื้อสัตว์ แต่เป็นพืช! ฉะนั้นก็หมายความว่าเหล่าชายชาตรีที่ออกไปแทงหอกใส่ช้างแมมมอธ หรือวัวขนปุยเองก็ต้องฝากท้องไว้กับคุณผู้หญิงที่บ้านดังเช่นในปัจจุบัน และไม่เพียงแต่อาหารเท่านั้น บรรดายารักษาโรคก็เป็นผลพลอยได้จากทักษะการหาของป่าของเหล่าสาวๆยุคหินเช่นกัน
 
 
          และความสำคัญยิ่งยวดของสตรีเพศอยู่ตรงที่การให้กำเนิด เพราะหญิงสาวชาวมนุษย์นั้น ต่างจากไพรเมตอื่นๆตรงที่ภาวะความพร้อมในการสืบพันธุ์ พวกลิงจะสืบพันธุ์ได้ก็ต่อเมื่อมีภาวะ “ติดสัด” ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อสภาวะแวดล้อมเหมาะสมแก่การให้กำเนิด (แล้วก็ไม่ใช่ว่ามันจะบ่อยนัก) แต่สำหรับในมนุษย์ “การติดสัด” ถูกพัฒนามาเป็น “การมีรอบเดือน” ทำให้โอกาสในการตั้งครรภ์มีมากถึงสิบสองครั้งในหนึ่งปี!!! ซึ่งอัตราการเติบโตของประชากรก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เผ่าพันธุ์มนุษย์เติบโต และพัฒนามาจนทุกวันนี้
 
 

          เหล่าสาวๆยุคหิน ไม่ได้เป็นตุ๊กตา ที่บรรดาผู้ชายจะลากไปไหนก็ได้ตามใจเสียเมื่อไหร่ พวกเธออาจจะเป็นได้ทั้งที่ปรึกษา หมอ ผู้นำ และผู้กุมความลับแห่งธรรมชาติ นั่นก็คือ “การให้กำเนิด”
 
          ฉะนั้น เมื่อใดก็ตามที่คุณๆได้ยินคำกล่าวอ้างประเภท “บทบาทตามธรรมชาติ” หรือ “ความก้าวร้าวตามธรรมชาติ” ที่เพศชายจะพึงกระทำต่อเพศหญิง ก็ขอให้รู้เลยว่า
 
พวกเขาเองกำลังหลงไปกับความเชื่อผิดๆ ของบรรดานักวิชาการที่ฝันเฟื่อง!

edit @ 21 Sep 2008 17:00:08 by Lagnadan

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

นี่ล่ะ นี่ล่ะ ผู้หญิงก็สำคัญนะคะ!!! sad smile

ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ กำลังสู้ตายกับการสอบค่ะ แหะๆ

#1 By Rethy's on 2008-09-21 18:40

ผู้หญิงผู้ชายแตกต่างกัน แต่ไม่มีใครสำคัญกว่าใครหรอก

#2 By persona non grata on 2008-09-21 18:46

พวกเขาเองกำลังหลงไปกับความเชื่อผิดๆ ของบรรดานักวิชาการที่ฝันเฟื่อง!

ใช่เลย

#3 By Shuu Exteen on 2008-09-21 19:55

ถ้าศึกษาประวัติศาสตร์ทางศาสนาของมนุษย์ เราก็จะเห็นว่าในช่วงแรกนั้นคนให้ความสำคัญกับเพศแม่มาก แล้วก็บูชา แม่ธรนี แม่โพสพ พอมีอาณาจักร การเนั่มืองวุ่นวายนแหละเทพชายๆอย่าง ยาเวห์ ซุส ค่อยมาเป็นใหญ่

อ้อ ไพรเมตไม่จำเป็นต้องมี sex เฉพาะตอนติดสัดนา ลิงโบโนโบ้มีเซกส์บ่อยกว่าคนอีก

ขอบคุณที่อ่านบล็อกจ้า Hot!

#4 By Repentant on 2008-09-21 21:58

เคยคิดเหมือนกันว่า หน้าที่การทำงานของผู้ชายสมัยก่อนมันน้อยเกินไปหรือเปล่าเมื่อเทียบกับฝ่ายหญิง

เพราะนอกจากล่าสัตว์แล้วก็ไม่ทำอะไรเลย

อย่างในยุคที่ยังเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน เกิดสงครามฆ่าแกงกันเป็นว่าเล่น ผู้ชายเป็นใหญ่เพราะต้องออกไปรบ จนศาสนาอิสลามยังเขียนไว้ว่าให้ผู้ชายมีเมียได้หลายคน เพราะผู้ชายไปตายที่สรามรบเยอะมาก กลัวบ้านที่ผู้หญิงเป็นม่ายจะไม่มีผู้นำ อันนี้ก็พอยอมรับได้อยู่

แต่คิดไปคิดมา ที่มันเกิดสงครามก็เพราะความบ้าอำนาจของผู้ชายอยู่ดีนิหว่า

(พูดเหมือนตัวเองไม่ใช่ผู้ชาย แต่ก็คิดอย่างนี้จริงๆนะ)Hot!

#5 By PeterBen on 2008-09-21 22:35

อ่านแล้วนะครับ

ได้ปรับความเข้าใจใหม่ โอเคเลยครับ

^_^

ต่างก็ต้องพึ่งพาอาศัยกันและกัน ไม่มีใครด้อยไปกว่าใคร

#6 By magician (118.174.163.46) on 2008-09-21 23:50

Hot! จะรออ่านเรื่องแนววิทยาศาสตร์อีกนะคะ บล็อกคุณ พงศาวดารสงครามมีมส์ ก็ไปอ่านทุกเอนทรี่เลย ได้บล็อกนี่อีกบล็อกล่ะbig smile

#7 By Pink clouds on 2008-09-22 12:25

โอ้... ความรู้เลย...
คือ ความก้าวร้าวทางเพศ มันก็แค่ข้ออ้างของคนจริงๆ...
Hot!

#8 By ซับบาธ... on 2008-09-22 12:38

ถ้าอ้างจากฮอร์โมนก็ว่าไปอย่าง - -"

#9 By on 2008-09-22 12:51

big smile big smile big smile

#10 By (^_^)/nana on 2008-09-22 13:13

เอ่อ...ทุกคนเท่าเทียมกัน สู้ๆbig smile

#11 By ๏Chill Out๚ะ๛ on 2008-09-22 13:14

ความอยากที่จะมีเพศสัมพันธ์กันทางด้านหน้า <<< 555 ขำดี


ใครคิดนิ ฮา ดี confused smile

#12 By herenoi on 2008-09-22 13:44

sad smile อ่านแล้วมันก็เป็นเรื่องที่ เดาๆขึ้นมาอยู่ดีหละ แล้วแต่แนวคิดของแต่ละคนมากก่า

ขนาดเรื่องโลกร้อนยังมีตั้งหลายแนวคิดเลย บางแนวก็บอกว่าเป้นเพราะวัฏจักรของมันอยู่แล้ว การกระทำของมนุษย์ส่งผลไม่เยอะ อะไรแบบนี้

เป็นเรื่องที่คาดเดา เอาทั้งนั้น

#13 By หมูทอดซามะ on 2008-09-22 13:45

คิดได้ไง...เยี่ยม

เป็นอีกแนวที่ต้องติดตาม


ว่างเม้นส์มามั้งดิ
ถ้าโดนตีหัว แสดงว่าฝ่ายหญิงมีเพศสัมพันธ์แบบไม่เต็มใจ

คล้ายการโดนมอมยาในสมัยนี้

สัญชาตญาณสัตว์ตัวผู้ต้องต่อสู้กัน ผู้ชนะจะได้มีสัมพันธ์กับตัวเมีย

แต่มนุษย์ยุคหินเล่นลัดขั้นตอน ตีหัวตัวเมียเลย อย่างนี้ไม่ค่อยแฟร์ ไม่แมนๆconfused smile

#15 By 7 days ago on 2008-09-22 14:57

ญ นี่เสียสละจิงๆนะจี้ๆ
ลำบากมาตั้งกะยุคหินเลยเน้อ เพศหญิง

สาระเยี่ยมค่ะHot!

#17 By General เบ๊ on 2008-09-22 15:55

อ่านแล้วรู้สึกเหมือน ตั้งแต่ยุคหินเป็นต้นมา เพศชายก็ไม่ค่อยมีประโยชน์อะไรนอกจากไว้สืบพันธุ์ ฮาๆๆๆๆ เพราะผู้หญิงทำได้ทุกอย่าง เอิ้กๆๆ

#18 By lumin on 2008-09-22 16:07

แจ่มหลายๆ Hot!

#19 By StillGoing on 2008-09-22 17:42

เบื้องหลังประวัติศาสตร์เกือบทุกเรื่องก็มีู้หญิงอยู่เบื้องหลังนี่เนอะ
ฉะนั้นผู้ชายทั้งหลายหัดเคารพเพศแม่มั่งนะconfused smile

#20 By saya chan on 2008-09-22 18:28

เป็นอีกแง่ของประวัติศาสตร์นะ ได้ความรู้ใหม่ๆ

#21 By mekabeam on 2008-09-22 18:34

เรื่องตีหัวแล้วลากเข้าถ้ำเนี่ย มันมีต้นกำเนิดมาจากหนังสมัยรุ่นพ่อแม่เรานู้น (ตอนนี้นึกชื่อไม่ออกแหะ =[]= แต่เป็นหนังดังสมัยนั้น เป็นหนังตลกเบาสมองแบบตลกๆมากๆ คนชอบฮิตกันใหญ่ หนึ่งในมุกของมันก็คือมุกตีหัวลากเข้าถ้ำเนี่ยแหละ เลยกลายเป็นความเข้าใจผิดไปเสียเลย...)

#22 By songsage on 2008-09-22 18:41

เจ๋งค่ะ
ว่าแต่..เทพผู้ชายเข้ามามีบทบาทตั้งแต่เมื่อไหร่หว่าembarrassed
เนียนซะจนกลายเป็นเพศที่มีบทบาทเลยopen-mounthed smile

#23 By SEsai*im อิ่มๆ on 2008-09-22 19:17

สำคัญทั้งสองเพศแหล่ะbig smile

#24 By フォン[コスプレ] on 2008-09-22 19:53

#25 By .hack on 2008-09-22 20:28

สรุปแล้วก็มีความสำคัญทั้งสองเพศนั่นแหล่ะนะbig smile

#26 By ~memay~ on 2008-09-22 20:37

เขียนดีจัง big smile

#27 By ไอ้แป้น : i-phan on 2008-09-22 20:40

เหมือนเป็นเบื้องหลังที่ไม่ค่อยมีคนรู้เลยconfused smile

#28 By ARuN LiZ on 2008-09-22 21:22

big smile ผมชอบอ่านครับ

#29 By นายบวก on 2008-09-22 21:48

ได้ข้อคิดใหม่อย่างแรง!! เยี่ยมค่ะ Hot!

#30 By Sunny Hunny ♥ on 2008-09-23 00:26

www.liverpoolthailand.com

#31 By .hack on 2008-09-23 01:46

ในศาสนาโบราณเกือบทุกศาสนาโดยเฉพาะศาสนาที่คนนับถือพระเจ้าเรียกว่า pagan ล้วนยกย่องสตรีให้เหนือกว่าบุรุษ เนื่องจากสามารถให้กำเนิดบุตรได้ เป็นความมหัศจรรย์เกินจะเข้าใจได้

#33 By อากุง on 2008-09-23 08:38

ความจริงที่ีรู้มาและเข้าใจมาตลอดก็ตามที่เจ้าของบล๊อกเขียนมานั่นแหละครับ แต่เรื่องตีหัวลากเข้าถ้ำ เข้าใจว่าเป็นมุขตลกในหนังสือการ์ตูนช่องเดียว หรือสี่ช่อง ที่ฝรั่งนิยม

#34 By เจ้าชายน้อย on 2008-09-23 10:02

ก็เหมือนสิงโตนั่นแหละ
สิงโตตัวผู้ขนสวยพันธุ์ดี ใช้ชีวิตไปวันๆ
เพราะตัวเมียต่างหากล่าสัตว์มาให้กิน =3=!!!

#36 By [ Aqua & Zircon ] on 2008-09-23 10:30

เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะconfused smile

ผู้หญิงก็สำคัญเหมือนกันนะค่ะbig smile

#37 By chapoo-opal on 2008-09-23 10:58

Hot! โว่วววว
มันต้องแบบนี้สิค๊าาา open-mounthed smile

#38 By Ame... on 2008-09-23 11:34

แต่ละเพศต่างก็ต้องเกื้อหนุนกัน ทุกอย่างจึงจะสมบูรณ์และลงตัวครับ big smile

#39 By Googigg on 2008-09-23 11:37

+ สุดยอดมากค่ะ

+ น่าทำเป็นเมลล์ฟอเวิร์ดมากๆๆๆๆๆ

Hot!

#40 By mineme on 2008-09-23 17:43

Hot! ชอบ ฮิฮิ

จริงๆแล้วมันคือเหตุผลที่ผู้ชายหลายๆคนพยายามหาข้ออ้างยกตนข่มผู้หญิงรึเปล่านะ?

#41 By ฉันคือรั้ว on 2008-09-23 17:56

เขียนได้น่าติดตามมากครับ
อะตุกะ

#45 By sinyoe (202.151.6.35) on 2009-02-18 11:23

น่ากลัววววววววววมาก ค่ะsad smile

#46 By น้อยหน่า (114.128.43.177) on 2009-02-18 17:48

ขันน้ำ ดอกมะลิ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ embarrassed ผมยังงงอยู่เลยฮ่ะ
ผู้ชายจะมีควายรู้สื่กท่างเพศจะแสดงความรู้สื่กอย่างไรครับ?embarrassed
ช่วยตอบบ้างน่ะครับghot150@windowslive.com.น่ะครับconfused smile

#47 By แอลฟองเชเอลิอ (118.173.162.109) on 2009-04-19 16:11

ผู้หญิงไม่หน้าลำบากเลยครับ
แต่ว่าไปสุดยอดน่ะครับผู้หญิงนี้เป็นที่ปรึกษา หมอ ผู้นำ และผู้กุมความลับแห่งธรรมชาติ นั่นก็คือ “การให้กำเนิด”
ghot150@windowslive.com.
big smile

#48 By แอลฟองเชเอลิอ (118.173.162.109) on 2009-04-19 16:16

เห็นด้วยอย่างยิ่ง ไม่มีใครยอมให้ใครกดขี่อย่างน้นแน่ ถ้าตีหัวลากกันละก็ ผู้หญิงคงเตรียมไม้และหินไว้เตรียมสู้ตากกันไปข้าง ขอกันดี ๆ ก็ได้ จริงไหมคะ เว้นแต่ไม่รู้ตัวเท่านั้นเอง

#49 By Ya I (58.9.183.59) on 2009-05-04 10:45

น่า

#50 By (118.172.125.191) on 2009-05-27 20:47

ยอดเยี่ยมจริงๆเลย ชอบมาหกเลย

#51 By (203.172.183.8) on 2009-07-09 11:17

อยากได้รูปวัยเด็กถึงวัยชรา12วัย

#52 By (202.129.36.50) on 2009-09-24 14:02

รักนื

รน่หนร่เด
หนยาดเ
บยสายบห

#53 By (222.123.140.107) on 2009-12-30 12:40

Hot! Hot!

#54 By aaax on 2011-08-03 17:30