Wicca 101 บทที่ 2

posted on 25 Feb 2009 15:33 by lagnadan  in Wicca101
เนื้อหาต่อไปนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการฟื้นฟูลัทธิวิคคาในไทย
          บทความในชุด Wicca 101 ไม่ใช่หลักสูตรเพื่อใช้ในการเรียนการสอน หรือเผยแผ่ลัทธิอย่างเป็นระบบ เป็นเพียงบทความที่เขียนถึงความเชื่อและแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้สนใจในวิคคาและต้องการทำความเข้าใจ รวมทั้งแนวทางความคิด และการปฏิบัติขั้นพื้นฐาน
          บทความชุด Wicca 101 แปลและปรับปรุงจาก “Principles of Wicca” โดย Vivianne Crowley สำนักพิมพ์ Thorsons เพื่อใช้ในโครงการฟื้นฟูลัทธิวิคคาในไทย โดยมิได้หวังผลตอบแทนใด ๆ หากผู้ใดคัดลอกไปเผยแพร่ ขอความกรุณาให้เครดิตแก่เจ้าของบทความ

Wicca 101
บทที่ ๒

โลก ในสายตาของวิคคา 
          ทัศนคติของวิคคาทีมีต่อโลกนั้น เป็นแบบองค์รวม คือทุกสรรพสิ่งล้วนมีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นผู้คน สัตว์ พืช ก้อนหิน สายน้ำ ฯลฯ ทั้งหมดล้วนแต่มีจุดประสงค์ในการดำรงอยู่ ล้วนแต่มีพลัง มีจิตวิญญาณ มีเอกลักษณ์ มีระบบระเบียบ วัตถุธาตุต่าง ๆ นั้นดำรงไว้ซึ่งความลึกลับอัศจรรย์อันไม่สิ้นสุด เกินกว่าที่ประสาทการรับรู้แบบผิวเผินของเราจะสามารถเข้าถึง เรามองเห็น “โต๊ะ” ว่าเป็นโต๊ะ ไม่มากไม่น้อยไปกว่านั้น แต่ลึกไปกว่านั้น มันคือการรวมกันของอะตอมที่เคลื่อนไหวนับล้าน ๆ เกาะกลุ่มก้อนกันราวกับมดงานแสนขยัน

          ในจักรวาลแบบองค์รวมของชาววิคคา ไม่ใช่แค่เพียงสิ่งมีชีวิต และก้อนหินดินทรายเท่านั้นที่มีชีวิต โลกทั้งใบก็มีชีวิตด้วย ดังเช่นปรากฏในตำนานหลายหลาก Gaia Jorda พระแม่ธรณี ฯลฯ ก็ล้วนแต่จะสื่อถึงความมีชีวิตของโลกทั้งใบ ดังนั้นชาววิคคาจึงให้ค่ากับทุก ๆ สิ่ง และถือมั่นว่าสิ่งต่าง ๆ ที่ดำรงอยู่ และเป็นไปในโลก ล้วนแต่มีจุดมุ่งหมาย มีชะตา และมีชีวิตของมันเอง


ธาตุแห่งปัญญาญาณ
          ชาววิคคาแบ่งระบบพลังงานธาตุในจักรวาลออกเป็นห้าสาย ซึ่งรับมาจากปรัชญาเมธีกรีก นั่นคือ ลม ไฟ น้ำ ดิน และวิญญาณ โดยหลักปรัชญาเวทมนตร์ ธาตุทั้งห้าคือธาตุที่ประกอบกันเป็นวัตถุต่าง ๆ โดยมีวิญญาณเป็นผู้ยึดให้ธาตุทั้งสี่รวมตัวกันอยู่ได้ นิยมเขียนเป็นสัญลักษณ์โดยใช้ดางห้าแฉก หรือเพนทาแกรม (Pentagram)

          เพนทาแกรมนั้น มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดสำหรับแม่มด ในสายตาคนทั่วไปอาจมองว่านี่คือสัญลักษณ์ที่ชั่วร้าย ทว่าในความเป็นจริงความหมายที่แท้ของเพนทาแกรมนั้นยิ่งใหญ่ และดีงามกว่ามาก ปลายแต่ละด้านของเพนทาแกรมแทนถึงธาตุทั้งห้าตามมโนคติของวิคคา หมายถึงความสมบูรณ์แบบของโลก ของจักรวาล ทั้งยังหมายถึงความสมบูรณ์แบบของมนุษย์อีกด้วย (มนุษย์มีรยางค์ยื่นจากกายห้ารยางค์ คือ ศีรษะ แขน และขาทั้งสองข้าง)

ลม
 คติทางเวทมนตร์ “ลม” คือที่สถิตของจิต (ซึ่งแตกต่างจากวิญญาณ ดังจะกล่างถึงในบทความแทรกชิ้นต่อไป) สมอง ความรู้สึกนึกคิด ธาตุลมคือส่วนที่แสดงความปราถนาจะเรียนรู้ ความคิดช่างสงสัย ต้องการค้นหาความจริง ความเข้าใจในธรรมชาติ ความอ่อนเยาว์ เริงร่า และเปี่ยมไปด้วยพลังงาน ธาตุลม อาจสื่อได้ถึงความรวดเร็วของความคิดอ่าน ความร่าเริงของชีวิต อารมณ์ขัน ความปีติยินดีในชีวิต

 มีความกระตือรือร้นแสดงอยู่ในธาตุลม และมักต้องการที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอไม่ว่ามันจะมีราคาที่ต้องจ่ายเท่าไร ธาตุลมเป็นสัญลักษณ์อันดีในการริเริ่มสิ่งใหม่ ทิ้งสิ่งเก่าไว้เบื้องหลัง ลมยังทำหน้าที่แบ่งสิ่งต่าง ๆ ออกเป็นส่วน ๆ แยกออกจากกัน เป็นผู้จัดประเภท และวางที่ทางของสิ่งต่าง ๆ บนโลก

ไฟ
          ธาตุไฟให้ความอบอุ่น แรงขับทางเพศ ก่อให้เกิดกิจกรรมต่าง ๆ ธาตุไฟเป็นธาตุที่สำคัญของโลก เป็นผู้ฟื้นฟู และชำระ ภายหลังจากไฟป่าที่กลืนทำลายป่าไป พันธุ์พืชใหม่นานาก็แทงยอดอ่อนถือกำเนิดขึ้น ไฟก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แปลงสภาพ การทำลาย แต่ก็เพื่อการกำเนิดขึ้นใหม่ ไฟกระตุ้นให้เกิดการโต้เถียงสงสัย ทำให้เกิดพลังงานและชีวิต ความกระฉับกระเฉง การค้นพบวิธีใช้ไฟของมนุษยชาติ ก็เป็นอีกหนึ่งการก้าวผ่านทางอารยธรรม ก่อให้เกิดสิ่งใหม่ ๆ ตามมามากมาย ธาตุไฟยังเป็นสัญลักษณ์ของอิสรภาพ ความหลงใหล การสร้างสรรค์ ความรัก ใจร้อนไม่อดทน ความมั่นใจ อัตตา แม่กระทั่งดื้อดึงหัวแข็ง

น้ำ
        น้ำ คือการแปรเปลี่ยน การยอมรับผ่อนผัน ความอดทน น้ำมีชัยต่ออุปสรรคต่าง ๆ ก็ด้วยการไหลเลื่อน และผ่านพ้นมันไป ธาตุน้ำยังมีบทบาทสำคัณกับอวัยวะต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ความรู้สึก ทั้งปีติยินดี เศร้าโศกเสียใจ ความรัก เห็นอกเห็นใจ ความเมตตา รวมไปถึงความฝัน ครุ่นคิดคำนึง แม้กระทั้งฝันร้าย ความหวาดกลัว

 ธาตุน้ำสามารถหลอมรวมไปกับสิ่งต่าง ๆ และกลืนกินอย่างไม่ยากเย็น ในตำนานของชาวเคลท์ น้ำคือประตูสู่ปรโลก คือการหวนคืนสู่ต้นกำเนิด ธาตุน้ำยังครองพลังของการกัดกร่อน ไม่ว่าอุปสรรคใด ๆ ขอเพียงให้เวลากันธาตุน้ำ ก็จะสามารถโค่นล้มลงได้ น้ำยังสื่อถึงความรู้อันล้ำลึก ปัญญาญาณที่ซ่อนลึกอยู่ภายใน

ดิน 
          เป็นธาตุพื้นฐานของร่างกาย เนื้อหนัง และกระดูก ทั้งยังเป็นธาตุพื้นฐานของโลก มีคุณสมบัติของความมั่นคง พึ่งพาเชื่อถือได้ ความอดทน ขันติ และการปกปักรักษา ในทางลบอาจสื่อถึง ความหลงทางโลก ความโลภ ตะกละตะกราม

 ธาตุดินมีความสำคัญมากในพิธีกรรมทางเวทย์ ถือเป็นธาตุพื้นฐานที่จะต้องมี และเป็นส่วนประกอบสำคัญในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อการเข้าถึงธรรมชาติ ดินยังเชื่อมโยงกับความรู้ที่ถูกเก็บไว้ ปัญญาญาณที่รอการค้นพบ หรือสิ่งสำคัญที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี


แบบฝึกหัดท้ายบท
“สัมผัสธรรมชาติ”

          ๑. วิคคาเป็นศาสนาที่เกี่ยวข้องกับโลก และธรรมชาติเป็นพื้นฐาน ฉะนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องปรับตัวเองให้เข้ากับธรรมชาติ และวงจรฤดูกาล ลองหาวันว่าง ๆ สักหนึ่ง หรือสองวัน เพื่อสัมผัสคุณสมบัติทางกายภาพของธาตุทั้งสี่ ออกไปข้างนอกเพื่อสัมผัสพื้นดิน ลองเดินเท้าเปล่าไปบนดินนุ่ม ๆ สัมผัส ขุด ดมกลิ่น รับรู้ถึงความเป็น “ดิน” ออกไปรับแสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้า พร้อมกับสายลมที่พัดระใบหน้า ก็เป็นการรับรู้ถึงธาตุไฟ และลม ได้เป็นอย่างดี หรือแม้กระทั่งลองเดินฝ่าสายฝนปรอย ๆ หรือได้ลองเล่นกลางสายฝนแบบเด็ก ๆ แหวกว่ายอยู่กลางสายน้ำหรือทะเล ก็เป็นการสัมผัสธาตุน้ำที่ดี

          ๒. จดบันทึก (ยังจำได้ใช่ไหม กับสมุดส่วนตัวที่จะต้องคอยจดบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ) ความรู้สึกของคุณที่มีต่อดินใต้เท้า อากาศที่หายใจเข้าไป น้ำที่ดื่ม หรือแม้กระทั่งสายฝนที่โปรยลงมา แสงแดดในแต่ละวัน ให้บันทึกให้บ่อยครั้งที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

          ๓. ทำสมาธิกับแต่ละธาตุ โดยอาจจะออกไปสัมผัสธรรมชาติของธาตุนั้น ๆ ได้เลย รู้สึกถึงความเชื่อมโยงระหว่างธาตุต่าง ๆ ที่หล่อหลอมจนเป็นโลกทั้งใบ เฝ้าสังเกตวิธีการที่แต่ละธาตุจะมีบทบาทหน้าที่ของตนเองในธรรมชาติ สังเกตุรูปลักษณ์ที่ต่างไปของแต่ละธาตุ ดิน หิน ทราย สายน้ำ เม็ดฝน หมอก แสงอาทิตย์ ความอบอุ่นจากร่างกาย เปลวไฟ สายลม พายุ ควัน ฯลฯ หากไม่สามารถออกไปยังแหล่งดังกล่าว สามารถทำสมาธิได้ง่าย ๆ กับบ้านดังนี้

- ธาตุดิน ใช้ชามขนาดใหญ่ (ชามแก้ว เซรามิค หรือดินเผา) ใส่ดินดำ หรือหิน หรือกรวดทราย อันเป็นตัวแทนของธาตุดิน 
- ธาตุน้ำ ใช้ชามขนาดใหญ่ ใส่น้ำสะอาด
- ธาตุลม ก็อากาศที่เราหายใจอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันนี่แหละ หรือจะใช้ธูป หรือกำยานก็ได้
- ธาตุไฟ ใช้เทียนเล่มเล็ก ๆ หรือจะเป็นแสงแดดยามเช้าก็ได้

          ระลึกไว้เสมอว่า การทำสมาธิ ควรทำเมื่อร่างกายพร้อม และไม่ควรทำติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจใช้เวลาเพียงครั้งละ ๕ – ๑๐ นาที แล้วพัก ๕ นาที สลับกันไป

          ๔. หาพื้นที่ว่าง ๆ เล็ก ๆ ในบ้าน หรือในห้อง วางสัญลักษณ์ของธาตุทั้งสี่ไว้ ชามใส่ดิน หรือหินหนึ่งใบ ชามใส่น้ำสะอาดอีกหนึ่งไป สามารถใช้ชามขนาดเล็กได้ เทียนสักเล่มเพื่อแทนธาตุไฟ และขนนก หรือกระดิ่งลม เพื่อแทนธาตุลม

          ๕. พิจารณาตนเอง ว่าบุคลิกภาพของตนเองนั้น สัมพันธ์กันธาตุใดเป็นสำคัญ และลักษณะเฉพาะของธาตุใด ที่ตนเองต้องการจะพัฒนา พร้อมจดบันทึก

          ระลึกไว้เสมอว่า หลังการทำสมาธิ ควรดื่มน้ำมาก ๆ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขอบคุณมากๆค่ะ จะลองทำดู ช่วงนี้ปิดเทอมแล้วด้วยย คงมีเวลาสัมผัสเวลายามเช้ามากขึ้น^__^

เซจะพยายามจดบันทึกเยอะๆค่ะ

#1 By Seliana on 2009-03-11 20:03