Wicca 101 บทเสริม 1
posted on 02 May 2009 23:16 by lagnadan in Wicca101 คาถา และความเข้าใจผิด
เมื่อใดก็ตามที่มีเด็กๆมาถามคำถามอันแสนคุ้นหูว่า
"คาถาคืออะไร?"
"พี่มีคาถาอะไรบ้าง?"
"พี่เคยใช้คาถาสำเร็จบ้างไหม?"
พี่จะอมยิ้มอยู่หน้าคอมฯ (หรือโทรศัพท์ หรือหน้าตัวคนถาม) อย่างเหนื่อยหน่ายนิดๆ
ไม่ใช่เพราะเบื่อผู้ถาม
แต่เพราะพี่เจอคำถามประเภทนี้มานับครั้งไม่ถ้วน
ไม่ว่าจะอยู่ในศาสนาใดๆก็ตาม ล้วนแต่ต้องแสดงความศรัทธาและเจตจำนงค์อันแรงกล้าในศาสนานั้น ๆ ซึ่งวิธีที่แสดงออกมาได้อย่างเด่นชัดที่สุด นั่นก็คือ "วาจา" ทุกคนคุ้นเคยดีกับคาถาและบทสวด แต่จะมีซักกี่คนที่จะเข้าใจความหมายในบทสวด หรือคาถานั้นๆได้อย่างแจ่มแจ้ง
คำภาวนา คาถา บทสวด บทสรรเสริญ รวมไปถึงบทขับร้องต่าง ๆ ในทุก ๆ ศาสนา ล้วนแต่มีความหมายแฝง ทั้งในทางจริยธรรม แก่นของศาสนา คำสอน หลักการดำเนินชีวิต การสร้างกำลังใจ นี่คือจุดกำเนิดแรกสุดของทุก ๆ บท ทุก ๆ คาถาที่เกิดขึ้น การสื่อให้เห็นถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของเทพเจ้า การพรรณนาความงดงาม และอัศจรรย์แท้ในธรรมชาติ การแสดงให้เห็นถึงสัจจะจริงแท้ในคำสอน ทุกสิ่งเหล่านี้ล้วนแต่แฝงอยู่ในทุกคาถา หรือทุกบทสวด
คาถาคืออะไร?
คาถาก็คือการร้อยเรียงถ้อยคำอันก่อให้เกิดพลัง ทั้งในความรู้สึก ไปจนถึงจิตวิญญาณ การเดินเสียงที่สื่อความหมายในเชิงปลุกเร้า กระตุ้นจิตใจให้เกิดความรู้สึกไปในทางหนึ่ง ๆ การใช้เสียงสร้างภาวะร่วมกันของผู้ที่ฟังอยู่ในขณะนั้น คล้าย ๆ กับบทเพลงที่บรรเลงในสนามรบให้ความรู้สึกฮึกเหิม บทเพลงสรรเสริญพระเจ้าที่นักกวีโบราญขับลำนำก่อให้เกิดความเคารพสูงสุด ไปจนถึงเสียงทุ้มต่ำทรงพลังที่ดังกึกก้องยามเมื่อนักบวชทั้งหลายร่วมกับสวดภาวนา
คาถา หรือกลุ่มเสียงสร้างพลังนั้น มุ่งเน้นให้เกิดผลทางจิต และวิญญาณของผู้สวด และผู้ฟังโดยเฉพาะ เป็นการสร้างเจตจำนงร่วมของกลุ่มสมาชิก และเป็นการสร้างบรรยากาศ และก่อให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ เสียงก็คือการสั่นสะเทือนของอากาศในความถี่ระดับหนึ่ง ๆ เมื่อมีหลายเสียงประกอบเข้า (คือมีความถี่หลายย่านต่อ ๆ กัน) ก็เกิดคลื่นเสียงและจังหวะทำนองที่ทอดแผ่ไปในอากาศ เกิดผลกระทบต่อวัตถุใด ๆ ก็ตามที่มันตกกระทบ (เรื่องนี้พี่ว่าเข้าเรื่องของเวทมนตร์ และศาสตร์แห่งเสียงแล้ว ไว้วันหลังมาพูดขยายจะดีกว่า) จึงไม่น่าแปลกใจที่เสียงเหล่านั้นก่อให้เกิดผลต่าง ๆ ออกมาไม่เหมือนกัน
เคยใช้คาถาสำเร็จบ้างไหม?
ลองเอาคาถาของหมอผีเขมรไปให้กูรูวูดูสวดดูสิ แล้วคอยดูว่าจะสำเร็จไหม?
ไม่ต้องทำจริงก็ได้นะ แค่คิดว่าจะสำเร็จไหม?
คาถาหรือบทสวดหนึ่งๆนั้น ถูกสร้างและเรียงร้อยกันเพื่อให้ตรงกับความเชื่อ และพื้นฐานทางจิตวิญญาณของกลุ่มผู้ศรัทธานั้น ๆ เราไม่เข้าใจในตัวคำพูดของคาถา ไม่เข้าใจในสิ่งที่มันต้องการจะสื่อแสดง แล้วคิดว่าเราเอ่ยบทนั้น ๆ ออกมาจะสำเร็จหรือ? เหมือนกับให้คนคริสต์ที่ไม่เข้าใจในเรื่องการกลับชาติมาเกิดออกมาอภิปรายหน้าชั้นในเรื่องนี้ เหมือนกับให้จระเข้ออกมาพูดถึงทฤษฎีการบิน ทั้ง ๆ ที่จระเข้บินไม่ได้! จระเข้ไม่เข้าใจวิธีการบิน มันไม่เคยที่จะบินด้วยซ้ำ!!!
พี่ยกตัวอย่างที่ง่ายกว่านั้น เอาอย่างเช่น ศาสตร์ของวิคคา ก่อนที่จะถามว่า "ทำไมผมไม่เคยใช้คาถาสำเร็จเลย?" ย้อนถามตัวเองก่อนว่า เราประพฤติตนให้อยู่ในรูปแบบของความเชื่อนั้น ๆ หรือยัง? คาถาของวิคคา บทบูชาเทวี ฯลฯ การที่เราใช้มันไม่สำเร็จ หรือไม่เห็นผล ถามตัวเองก่อนว่าเราเป็นวิคคารึยัง? เราดำเนินชีวิตแบบวิคคารึยัง? คิดแบบวิคคา เชื่อแบบวิคคา ประฟฤติแบบวิคคา เข้าใจในศาสตร์วิคคารึยัง?
พี่ไม่ได้กีดกัน หรือต่อต้านการใช้คาถา พี่ไม่เคยพูดว่าการใช้คาถานั้นไม่ดี แต่ทุกสิ่งย่อมเกิดขึ้นจากรากฐาน หากฐานนั้นไม่มั่นคง ไม่นานก็คงพังครืนลงมา ผู้ฝึกใหม่เดี๋ยวนี้ใจร้อน ด้วยความที่เทคโนโลยีพัฒนาไปมาก อะไร ๆ ก็รวดเร็ว ฉับไวทันใจไปเสียหมด จนเด็กสมัยใหม่ไม่รู้จักการรอคอย ไม่รู้จักคำว่า"เพาะบ่ม" ไม่รู้คุณค่าของการรอคอยและการสั่งสม ศาสตร์ทุกศาสตร์ ยืนอยู่บนพื้นเดียวกัน นั่นคือธรรมชาติ อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ เงื่อนใข และขีดจำกัดที่ธรรมชาติกำหนดไว้ ก่อนที่เราจะใช้มัน ถามตัวเองให้ดีก่อนว่า เรารู้จักมันมากน้อยแค่ไหน?
แก่นแท้เนื้อในของทุก ๆ ความเชื่อคือหนึ่งเดียวกัน คือสาระเดียวกันที่สื่อแสดงในคนละมุมมอง คือสาระยิ่งใหญ่ที่ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าคนละชนิด ถูกตีกรอบด้วยไม้ต่างพรรณ แต่ทุก ๆ สาระก็ล้วนแต่งดงาม ยิ่งใหญ่ และเป็นเอกเทศ ไม่มีสาระใด ๆ ที่ดีไปกว่ากัน และไม่มีสาระใด ๆ ที่ด้อยไปกว่ากัน อยู่ที่ว่าผู้ศึกษาจะสามารถมองเห็น สามารถปลดผ้าที่คลุมประดับไว้ สามารถถอดไม้ที่ตีกรอบไว้จนกระทั่งเห็นเนื้อแท้ที่แฝงอยู่ในเบื้องลึกได้มากน้อยเท่าไหร่?
เมื่อถึงเวลานั้น เมื่อถึงคราวที่ผู้ศึกษาได้สัมผัสถึงสาระแท้จริงอันปราศจากเปลือกหุ้ม เมื่อนั้นก็จะทราบว่าทุก ๆ คนล้วนแต่คือพี่น้อง ล้วนแต่คือผู้ที่มุ่งหวังในสิ่งเดียวกัน ล้วนแต่เป็นเพื่อนร่วมห้องเรียนอันแสนกว้างใหญ่ ล้วนแต่มีครูและจุดมุ่งหมายเดียวกัน หากแต่นั่งกันอยู่คนละมุมห้อง มองครูของเราในมุมที่ต่างกัน และเห็นครูของเราในมุมที่ต่างกัน
"คัมภีร์ไบเบิลเป็นหลักชัยนำทางเบื้องต้นแก่ผู้คนเป็นล้าน ๆ บนโลกนี้ อย่างเดียวกับที่อัลกุรอาน โทราห์ และพระไตรปิฎก แนะแนวทางแก่ผู้คนในศาสนาอื่น ๆ ถ้าคุณกับผมสามารถขุดค้นเอกสารที่ขัดแย้งกับเรื่องราวอันศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของศาสนาอิสลาม ศาสนายิว ศาสนาพุทธ ศาสนาเพเกิน เราสมควรจะทำอย่างนั้นไหม? เราควรจะชูธงบอกชาวพุทธว่า เราพิสูจน์ได้ว่าพระพุทธเจ้าไม่ได้ประสูติออกมาแล้วมีดอกบัวรองรับไหม? หรือบอกว่าพระเยซูไม่ได้ประสูติจากหญิงพรหมจารีอย่างแท้จริงล่ะ? ใครก็ตามที่เข้าใจความเชื่อของตนอย่างถ่องแท้ ก็จะเข้าใจว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเพียงการอุปมาอุปไมย"
หยิบยกจาก
บทที่ 82 หน้า 397
รหัสลับดาวินชี
แดน บราวน์ เขียน
อรดี สุวรรณโกมล แปล
Tags: magic, meditation, pagan, spell, wicca, wicca101, witch, witchcraft, วิคคา, แม่มด1 Comments
อ่านแล้ว ดีมากๆเลยครับ
#1 By dancynthia on 2009-09-27 22:27