แล้วก็เริ่มสังเกตเห็น ว่าทำไมถึงชอบไปแต่วัดนักนะ แต่ก็ขออีก Entry ละกัน ไหน ๆ แล้ว คราวนี้เราจะพาไปชมสวนสวย ไม่ห่างจากวัดหว่อง ต่าย ซี้น เท่าไรนักเลย
 
ชื่อ "หน่าม หลี่น" (南蓮) มีความหมายว่า "ดอกบัวแห่งทิศใต้" เป็นสวนจีนที่เพิ่งเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อปี ๒๐๐๖ ที่ผ่านมานี้เอง
 
 
ป้ายชื่อจากประตูทางเข้า
 
สวนแห่งนี้เป็นหนึ่งในความประทับใจของเพื่อน ๆ หลายคนที่ไวน์นำเที่ยว ด้วยการจัดวางอย่างสวยงาม ร่มรื่น และรายละเอียดที่ประณีตบรรจง การได้เยี่ยมชมสวนแห่งนี้ ก้รู้สึกราวกับหลุดเข้าไปในภาพเขียนพู่กันจีนเลยทีเดียว
 
  
ทางเข้าเป็นงานแกะสลักไม้ ประดับยอดสัมริด
 
รูปแบบทางสถาปัตยกรรมแห่งนี้ ได้รับเอาศิลปะสมัยราชวางศ์ถัง และแนวคิดของพุทธศาสนานิกายเซ็นเป็นหลัก ซึ่งภายหลังได้เผนแพร่ไปยังญี่ปุ่น สวนจึงถูกจัดออกมาให้ดูสวยสง่า ทรงพลัง แต่เรียบง่าย และสอดคล้อง กลมกลืน
 
  ขอระบายนิด มีครั้งนึง ระหว่างที่กำลังพาเที่ยวไปด้วย บรรยายไปด้วย ไอเราก็กำลังพูดเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมว่ามาจากราชวงศ์ถังนะ พุทธนิกายเซ็นนะ อยู่ ๆ มีป้าคนนึง (คนไทยด้วยนะ) มายืนอยู่ไม่ไกล พูดเสียงดังมาก
 
"นี่มันเหมือนญี่ปุ่นเลยนะ ไปเอาของญี่ปุ่นมาแน่ ๆ บลา ๆ ๆ "
 
เราก็ไม่อยากให้คนของเราเข้าใจผิด ก็อธิบายคนของเรา (แต่ก็ต้องใช้เสียงดังหน่อย เพราะคนเยอะ) ไปว่า หลายคนอาจจะเข้าใจผิด ที่ดูคล้ายญี่ปุ่น เพราะทางนั้นต่างหากที่รับจากจีนไป นิกายเซ็นเองก็มีที่มาจากปรมาจารย์ตั้กม้อ กระทั้งการเข้าไม้ประกอบอาคารโดยไม่อาศัยตะปูสักตัว ก็มาจากประเทศจีน
 
เหมือนป้าแกได้ยินเว้ย พยายามเถียงเรากับเพื่อนแก (พูดกับเพื่อนแกแต่แอบดัง)
 
"เนี่ย มันต้องเอาของญี่ปุ่นมาแน่ ๆ ชั้นเคยเห็นแล้วแบบนี้ ไม่ใช่ของจีนอะไรหรอก" ในใจอยากเอาหนังสือประวัติศาสตร์ต้มให้ป้าแกทานจริง ๆ 
 
พฤกษา ศิลา ความสอดคล้องแห่งธรรมชาติ
 
เมื่อเข้ามายังพื้นที่ของสวนแล้ว เราจะได้ยินเสียงดนตรีจีนโบราณ ซึ่งบรรเลงโดย "กู่ฉิง" อันเป็นเครื่องดนตรีที่เป็นสัญลักษณ์แห่งปราชญ์ คลอไปตลอดทั้งเส้นทาง
 
 
งานไม้ที่นี่ทุกชิ้นละเอียดงดงามมาก
 
ต้นไม้ทุกต้นของสวนแห่งนี้ ถูกตัดแต่ง และดัดรูปร่างทุกต้น มีมากกว่า ๕๙ ชนิด ถูดจัดวางโดยสถาปนิกร่วมสมัยหลายท่านด้วยกัน
 
ไม้ทุกต้นถูกดูแลอย่างดี
 
  เวลาเดินชมนี่ แทบจะลืมความเหนื่อยกันไปเลย เพราะทุกตารางนิ้ว ทุกมุมมองมันช่างสวยงามเหมือนภาพวาดมาก ๆ
 
พระเอกของเราหลบอยู่หลังพุ่มสน
 
สิ่งก่อสร้างที่มีคนถ่ายรูปมากที่สุดในสวนแห่งนี้ ก็คงหนีไม่พ้นวิหารทองคำกลางน้ำ หรือ ศาลาแห่งความสมบูรณ์พร้อม แต่น่าเสียดายที่ไม่อนุญาตให้เข้าไปชมได้ ได้แต่ถ่ายรูปจากข้างนอก
 
แวะถ่ายทุกมุม
 
 
 
เปล่งประกายท่ามกลางแสงแดด
 
 
 
 
 
หินที่ประดับโดยรอบมักเป็นหินชั้น และหินตะกอนที่ถูกกัดเซาะตามธรรมชาติจนมีรูปร่างแปลกตางดงาม แต่มีอยู่หนึ่งชิ้นที่โดดเด่นที่สุดนั่นก็คือ...
 
ฟอสซิลไม้
 
ฟอสซิลไม้เกิดจากไม้ที่ตายลง และถูกซิลิกาเข้าแทนที่โครงสร้างเซลล์ จึงยังคงรูปเดิมของไม้ไว้ทั้งลักษณะเนื้อไม้ และวงปี ฟอสซิลชิ้นนี้สูงมาก เกือบ ๒ เมตรได้ และรายละเอียดสวยจริง ๆ มีป้ายกำชับว่า "ห้ามจับ" ชัดเจน แต่ก็ไม่วายมีพวกมือบอนมาลูบ ๆ คลำ ๆ จนหลาย ๆ ครั้งต้องมีเจ้าหน้าที่มายืนคุมกันเลย
 
 
 
  จากรูปข้างบน จริง ๆ แล้วสระยังกว้างออกไปทางด้านขวาอีกไกลมาก และมีสวน กับอาคารไม้ให้อารมณ์ญี่ปุ่นมาก(อีตรงนี้แหละ ที่เถียงกับป้าข้างบนนั่น) แต่ถ่ายออกมาให้สวยไม่ได้ ต้องอาศัยกล้องพาโนรามาจริง ๆ
 
ส่วนปลาคาร์ฟที่อยู่ในสระ ตัวใหญ่ และสวยมาก ตัวที่เป็นสีทอง เหมือนไม่ใช่ปลา เป็นหุ่นยนต์ทองคำ เพราะสีทองแบบเอาไปตั้งร้านทองเค้าก็นึกว่าทองคำแท้
 
 
ศาลาพักผ่อน
 
  ข้าง ๆ กันเป็นศาลาพักผ่อนแก่นักท่องเที่ยว เป็นไม้ทั้งหลัง หาตะปูไม่มีสักตัวด้วย ใช้การประกอบแบบโบราณ เป็นที่ถูกอกถูกใจน่าดู
 
 
นี่คือสะพานที่เห็นไกล ๆ ในรูปสระน้ำข้างบน