ความอยาก ผู้ร้ายหรือแพะรับบาป?
posted on 03 May 2008 17:25 by lagnadan in Philosophistเมื่อพูดถึงมนุษย์ ก็คงหลีกไม่พ้น “ความอยาก” ต่างๆ ตั้งแต่เราเกิดมาก็มาพร้อมกับความต้องการทั้งหลาย ตั้งแต่ความอยากพื้นฐานเช่น หิว กระหาย ขับถ่าย ฯลฯ และเมื่อโตขึ้นก็เริ่มมีความซับซ้อนของ “ความอยาก” นั้นๆมากขึ้น
ในหลายศาสนามองว่าความอยากเป็นโทษ เป็นสิ่งไม่ดี เป็นกิเลส เป็นบาป ทำไมกัน? ทั้งๆที่ความอยากนั้นเป็นพื้นฐาน และเป็นหนึ่งในสิ่งที่บริสุทธิ์ที่สุดเท่าที่มนุษย์จะสร้างขึ้นมาได้ ความอยากของมนุษย์แบ่งง่ายๆได้เป็น
- อยากให้มี
- อยากให้เป็น
และเช่นกัน “ความไม่อยาก” ก็ถือเป็นความต้องการอย่างหนึ่ง ทั้ง
- ไม่อยากให้มี
- ไม่อยากให้เป็น
เท่านี้เองที่มนุษย์ทั้งหลายมี ความอยากทั้งหมดในโลกสามารถจัดให้อยู่ในสี่ข้อนี้ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะอยากมี อยากเป็น ไม่อยากมี ไม่อยากเป็น แล้วทำไมมันถึงเป็นบาป?
จะกล่าวว่าความอยากทั้งหลายนั้นนำมาซึ่งบาปหรือ? นำมาซึ่งความอยาก และความไม่รู้จักพอหรือ?
บาปทั้งหมดที่เกิดขึ้นทำไมต้องโทษความอยากด้วยเล่า เพราะความอยากต่างหากเป็นความรู้สึกที่ธรรมชาติที่สุด และประเสิรฐที่สุด เพราะมีความอยาก ความต้องการ มนุษย์จึงได้พัฒนามาโดยตลอด
และเมื่อพูดถึง “ความอยาก” ก็มักจะถูกมองว่าเป็นสิ่งร้าย เป็นมาร เป็นบาป เป็นเหตุอันนำมาซึ่งทุกข์ แล้วความอยากในบุญ อยากใฝ่ในความดีเล่า ก็ไม่ใช่ความอยากหรอกหรือ?
ศาสนาเองก็อาศัยความอยากเป็นเครื่องมีเพื่อให้มนุษย์ทำดีไม่ใช่หรือ? อะไรคือบุญ? อะไรคือสวรรค์? อะไรคือภพหน้า? อะไรคืออาณาจักรสวรรค์? ก็คือการชี้เพื่อให้มนุษย์อยากนั่นเองเล่า
จะต่างอะไรกับการที่นำของรางวัลตั้งไว้ตรงหน้า เพื่อล่อหลอกให้คนกระทำการหนึ่งๆ เพื่อรางวัลนั้นๆ ศาสนาก็เช่นกัน เพียงแต่กิจกรรมที่เป็นกุญแจเพื่อรางวัลนั้น คือความดีและความถูกต้อง มันต่างจากความอยากทั่วไปตรงไหนหรือ?
ส่วนมากมักตราหน้า “ความอยากได้ใคร่มี” ให้เป็นสิ่งสกปรก โสมม นำมาซึ่งความเสื่อม มนุษย์นี่ต่างหากเล่าที่นำความเสื่อมโสโครกมาสู่ความอยาก
เพราะความอยากเป็นสิ่งสะอาด เป็นสิ่งที่เกิดแต่จิตใจโดยพิสุทธิ์ วิธีการตอบสนองความอยากของมนุษย์ต่างหากที่เป็นสิ่งอันนำมาซึ่งความโสมม เพราะมนุษย์ บ้างก็สนองความอยากนั้นโดยตรง บ้างก็พินิจไตร่ตรอง (ทั้งวิธีที่สนองได้โดยชอบธรรม หรือโดยไม่ชอบธรรมก็ตามที) ฉะนั้นเราควรค่าอย่างไรที่จะไปปรามาสความอยากได้ใคร่มีนั้น?
เราอยากมีสังคมอุดมคติ
เราอยากให้มีความสุชสงบบังเกิดในสังคม
เราอยากให้เกิดความสุขสบายในมวลมนุษยชาติ
เราอยากให้ประชาชาติผู้ยากไร้ได้อิ่มท้อง
เราอยากให้โรคภัยหมดไปในโลกนี้
นี่ก็เป็นความอยากไม่ใช่หรือ?
เราต้องการบุญ
เราอยากขึ้นสวรรค์
เราอยากมีภพชาติหน้าที่ดีกว่านี้
เราต้องการเข้าถึงอาณาจักรสวรรค์
นี่ก็ไม่เรียกว่าความอยากหรือ?
วิทยาการทั้งหลายของมนุษย์
หลักธรรมต่างๆ
ปรัชญาทั้งหลาย
ศิลปะแขนงต่างๆ
นั้นก็ไม่ได้เกิดมาโดยความอยากของมนุษย์งั้นหรือ?
แล้วท่านทั้งหลายจะตราหน้าความอยากได้ใคร่มี ว่าเป็นสิ่งร้าย เป็นพิษแห่งโลก เป็นสิ่งโสโครกอันไม่พึงประสงค์ได้อย่างไร? ท่านควรจะตราหน้าวิธีการสนองตัญหาของพวกท่านต่างหากที่นำมาซึ่งความวุ่นวายในโลก เรากำลังพยายามบ่งหนามผิดที่ รักษาไม่ตรงจุดกันหรือไม่?
หากจะกล่าวว่า เพราะมีความอยากต่างหาก มนุษย์จึงต้องสนองความอยากนั้น ฉะนั้นต้นเหตุแห่งปัญหาทั้งปวงคือกิเลสตัญหา
ฉะนั้นเราก็ควรจะเข้าไปที่ต้นเหตุแห่งปัญหานั้นสิ เพราะความจริง ความอยากนั้นเกิดแต่มนุษย์
ท่านกล่าวว่าเราควรขจัดความอยากนั้นให้หมดไป เพราะเป็นต้นเหตุแห่งทุกข์
ข้าพเจ้าเห็นว่าหากจะทำตามที่ท่านว่า การจะเข้าถึงต้นเหตุนั้นจริง ควรจะขจัดมนุษย์ให้หมดไป เพราะนั่นเป็นต้นเหตุแห่งทุกข์เสียมากกว่า...
edit @ 3 May 2008 17:29:52 by Lagnadan
Tags: กิเลส, ความอยาก, ตัญหา, ปรัชญา21 Comments